มาร์เกรซ แซงโค้งสุดท้ายซิว พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ ที่สนาม สนามที่ 15 พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์

วันที่ 6 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา เป็นการแข่งขันในรอบ ควอลิฟาย เพื่อจัดอันดับสตาร์ท ซึ่งผลการควอลิฟายปรากฏว่า มาร์ค มาร์เกซ จ่าฝูงชาวสเปนจาก เรปโซล ฮอนด้า กดเวลาคว้าโพลโพซิชั่นได้สำเร็จ ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 30.088 วินาที/รอบ มาร์ค มาร์เกรซ

นักบิดหมายเลข 93 จากสเปน ออกสตาร์ทในกริดที่ 3ด้วยการทำเวลาในรอบควอลิฟาย ในตำแหน่งโพลในเรซนี้มี ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร ยอดนักบิดชาวฝรั่งเศส และยังมี มาเวริค บีญาเลส นักบิดชาวสเปนเช่นกันจาก มอนสเตอร์ อีเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี โดยประลองความเร็วกัน 26 รอบสนาม เป็นระยะทางต่อรอบ 4.554 กิโลเมตร

ในจังหวะเริ่มออกสตาร์ทเป็น กวาร์ตาราโร ที่ขึ้นเป็นผู้นำไปก่อนได้อย่างรวดเร็วและ มาร์เกซ ก็ได้ขยับแซง บีญาเลส ขึ้นมาอยู่ในอันดับ 2 ขณะที่ อันเดรีย โดวิซิโอโซ ขึ้นมาอยู่ในอันดับ 4 หลังผ่านครึ่งทางการแข่งขัน มาร์เกซ ไล่บด กวาร์ตาราโร

เพื่อชิงตำแหน่งจ่าฝูงอย่างหนัก ขณะที่ในกลุ่มกลาง บีญาเลส เป็นอันดับ 3 ตามด้วย โดวิซิโอโซ, อเล็กซ์ รินส์ นักบิดสแปนิชจาก ทีม ซูซูกิ เอ็คสตาร์ ในอันดับ 4 และ 5 ตามลำดับ

ขณะที่ เดอะ ด็อกเตอร์ วาเลนติโน รอสซี่ จอมเก๋าอิตาเลียนจาก มอนสเตอร์ อีเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี รั้งอยู่ในอันดับ 7 โดยในรอบสุดท้ายซึ่งเป็นรอบที่ 26 เจ้าของฉายา เด็กระเบิด ไล่บี้ผู้นำอย่าง กวาตาราโร อย่างหนักชนิดที่ว่าหายใจรดต้นคอ

ก่อน มาร์เกซ จะได้จังหวะแซง กวาตาร์ราโร ในรอบสุดท้าย และผ่านธงตาหมากรุกเป็นอันดับ 1 ด้วยเวลา 39 นาที 36.223 วินาที

ผงาดคว้าแชมป์ พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน เฉือน กวาร์ตาราโร เพียง 0.171 วินาที ขณะที่อันดับ 3 ตกเป็นของ บีญาเลส ตามหลังแชมป์ 1.380 วินาที

การคว้าแชมป์ พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ ส่งผลให้ มาร์เกซ ขึ้นเถลิงแชมป์โลกพรีเมียร์คลาสเป็นสมัยที่ 6 ของตนเอง และเป็นการคว้าแชมป์โลกรวมทุกคลาสเป็นสมัยที่ 8 อย่างยิ่งใหญ่ของเขา

ประวัติของ มาร์ค มาร์เกรซ

มาร์ก มาร์เกซ อาเลนตา นักแข่งรถชาวสเปน เจ้าของตำแหน่งแชมป์โลกโมโตจีพี 6 สมัย, อดีตแชมป์โลกโมโตทู และอดีตแชมป์โลก 125 ซีซี และเป็นพี่ชายของอาเลกซ์ มาร์เกซ อดีตแชมป์โลกโมโตทรี เกิดเมื่อ วันที่  17 กุมภาพันธ์ 2536 ที่เมืองเยย์ดา ประเทศสเปน ส่วนสูง 169 เซ็นติเมตร น้ำหนัก 65 กิโลกรัม สัญชาติสเปน

มาร์เกรซ ได้เดินสายล่ารางวัลอย่างต่อเนื่อง ที่บ้านเกิดของเขา ในปี 2003 และได้มีโอกาสเข้าไปสัมผัสการแข่งขันประเภทอื่น อย่างรุ่น KTM ปี 2007 แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าทีควร

จุดเปลี่ยนก็มาถึงในช่วงปลายปี 2007 เมื่อ เอมิลิโอ อัลซาโมร่า อดีตนักบิดรุ่น 125 cc. หนึ่งในทีมงานคนสำคัญของฮอนด้า ต้นสังกัด มอบโอกาสสำคัญให้เขาได้เข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ ชิงแชมป์โลกรุ่น 125 cc. ในฤดูกาลถัดไป และมาร์เกรซก็ได้แชมป์ไปครองอย่างที่ตั้งใจ