ราฟาเอล นาดาว ราชาคอร์ดดิน ปัจจุบันเขาเป็นนักเทนนิสมืออันดับ 1 ของโลก ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2004 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน
ราฟาเอล นาดาว ราชาคอร์ดดิน ปัจจุบันเขาเป็นนักเทนนิสมืออันดับ 1 ของโลก ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2004 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน

ราฟาเอล นาดาล ราชาคอร์ดดิน ปัจจุบันเขาเป็นนักเทนนิสมืออันดับ 1 ของโลก ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2004 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน

ราฟาเอล นาดาล  ( Rafael Nadal ) เกิดวันที่ 3 มิถุนายน ค.ศ. 1986 เป็นนักเทนนิสอาชีพชาวสเปน นาดาล เกิดที่เมืองมายอร์กา ประเทศสเปน และเริ่มเล่นเทนนิสเมื่ออายุได้ 4 ปี โตนิ นาดาล ลุงของเขา ได้ทำหน้าที่เป็นโค้ชและดูแลเขามาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน เขาเริ่มการแข่งขันเทนนิสอาชีพในปี ค.ศ. 2001

      ปัจจุบันเขาเป็นนักเทนนิสมืออันดับ 1 ของโลก ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2004 เป็นต้นมา นาดาลได้กลายเป็นคู่แข่งคนสำคัญของ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ทั้งคู่ได้รับการยอมรับว่าเป็นคู่แข่งขันที่สร้างความยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ วงการเทนนิสโลก โดยพบกันในรอบชิงชนะเลิศเทนนิสระดับแกรนด์สแลมถึง 8 ครั้งด้วยกัน ซึ่งนาดาลเป็นฝ่ายเอาชนะ เฟเดอเรอร์ได้ถึง 6 ครั้ง สำหรับสถิติการเล่นเทนนิสอาชีพของทั้งคู่นั้น พบกันทั้งหมด 28 ครั้ง โดยเป็นชัยชนะของนาดาล 18 ครั้ง และเป็นชัยชนะของเฟเดอเรอร์ 10 ครั้ง นาดาลประสบความสำเร็จในการเล่นบนคอร์ตดิน เป็นอย่างมาก เขามีสถิติชนะบนคอร์ตดิน ในรอบชิงชนะเลิศ ขนะ 32 แพ้ 4 นอกจากนี้ยังทำสถิติชนะติดต่อกันบนคอร์ตดิน มากที่สุดในยุคโอเพน คือ 81 แมตช์ติดต่อกัน ตั้งแต่เดือนเมษายน ค.ศ. 2005 ถึงเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2007 จากผลงานดังกล่าว เขาจึงได้รับการขนานนามว่าเป็นนักเทนนิสที่เล่นบนคอร์ตดินได้ดีที่สุดตลอดกาล หรือเป็น ราชาคอร์ตดินนั่นเอง ในปี ค.ศ. 2008

ราฟาเอล นาดาล
ราฟาเอล นาดาล

นาดาล เป็นนักเทนนิสอาชีพชาวสเปนคนที่ 2 ที่สามารถชนะเลิศรายการวิมเบิลดัน และถือเป็นนักเทนนิสคนที่สามในยุคโอเพน ที่สามารถชนะเลิศรายการวิมเบิลดันและรายการเฟรนช์โอเพนติดต่อกันได้ในปีเดียวกัน โดยจะถือเป็นคนแรกหากเริ่มนับมาตั้งแต่ ค.ศ. 1980 (สมัยบียอร์น บอร์ก) ต่อมา ในปี ค.ศ. 2009 เขาสามารถชนะเลิศรายการออสเตรเลียนโอเพน จึงถือเป็นนักเทนนิสชาวสเปนคนแรกที่ชนะเลิศรายการนี้ นาดาลทำสถิติได้แชมป์ เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ มาสเตอร์ 1000 มากที่สุดในโลก คือ 21 สมัยเท่ากับโรเจอร์ เฟเดอเรอร์ นอกจากนี้ยังช่วยทีมเดวิสคัพ ของสเปนคว้าแชมป์โลกได้ในปี ค.ศ. 2004, ค.ศ. 2008, ค.ศ. 2009 และ ค.ศ. 2011 เขาชนะเลิศรายการแกรนด์สแลม 11 สมัย โดยชนะเลิศรายการเฟรนช์โอเพนทั้งสิ้น 7 สมัย ซึ่งเป็น 4 สมัยติดต่อกันตั้งแต่ปี ค.ศ. 2005-2008 (นับเป็นการทำสถิติเทียบเท่ากับบียอร์น บอร์ก) และอีก 3 สมัยติดต่อกันในปี ค.ศ. 2010 ค.ศ. 2011 และค.ศ. 2012 ชนะเลิศรายการวิมเบิลดัน 2 สมัยในปี ค.ศ. 2008 และ ค.ศ. 2010 ชนะเลิศรายการออสเตรเลียนโอเพนในปี ค.ศ. 2009 และชนะเลิศรายการยูเอสโอเพนในปี ค.ศ. 2010 นอกจากนี้เขายังได้เหรียญทองจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน ค.ศ. 2008 ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ผลจากการชนะเลิศรายการยูเอสโอเพน ในปี ค.ศ. 2010 ทำให้เขาสามารถทำ แคเรียร์แกรนด์สแลม (Career Grand Slam) (ชนะเลิศรายการแกรนด์สแลมครบทั้ง 4 รายการ) ได้เป็นผลสำเร็จ โดยถือเป็นนักเทนนิสชายคนที่ 7 ในประวัติศาสตร์วงการเทนนิสโลก และนับเป็นคนที่อายุน้อยที่สุดที่ทำได้หากเริ่มนับจากยุคโอเพน นอกจากนี้เขายังถือเป็นนักเทนนิสชายคนที่ 2 ของโลกที่สามารถทำ แคเรียร์โกลเดนสแลม (Career Golden Slam) (ชนะเลิศรายการแกรนด์สแลมครบทั้ง 4 รายการ และได้เหรียญทองโอลิมปิก) ได้เป็นผลสำเร็จต่อจากอังเดร อากัสซี จากผลงานดังกล่าว เขาจึงได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในนักเทนนิสชายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลในวงการเทนนิสโลก นาดาล เป็นนักเทนนิสมืออันดับ 2 ของโลก อยู่ถึง 160 สัปดาห์ติดต่อกัน โดยมีโรเจอร์ เฟเดอเรอร์เป็น มือวางอันดับ 1 ของโลก ต่อมาเขาสามารถแย่งมืออันดับ 1 ของโลกมาจากเฟเดอเรอร์ได้เป็นผลสำเร็จ โดยครองอันดับ 1 ตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม ค.ศ. 2008 จนถึงวันที่ 5 กรกฎาคม ค.ศ. 2009[16] และกลับมาครองอันดับ 1 ได้อีกครั้ง ในวันที่ 7 มิถุนายน ค.ศ. 2010 หลังจากการชนะเลิศรายการเฟรนช์โอเพน ได้เป็นสมัยที่ 5 จนกระทั่งในวันที่ 3 กรกฎาคม ค.ศ. 2011 เขาต้องเสียตำแหน่งมืออันดับ 1 ของโลกไปให้กับโนวัค ยอโควิช ในปี ค.ศ. 2008 เขาได้รับรางวัล Prince of Asturias Award ในหมวดกีฬา