3 นักเตะญี่ปุ่น กับ 3 แชมป์พรีเมียร์ลีก

3 นักเตะญี่ปุ่น กับ 3 แชมป์พรีเมียร์ลีก ได้แชมป์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ ลิเวอร์พูล หรือ หงส์แดงสุดแรงฤทธิ์ในยุคนี้ ก่อนที่ลีกจะจบลงอย่างเป็นทางการในวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2563 ที่จะถึง ความปลาบปลื้ม ปลื้มปริ่มไม่ได้มีแค่เฉพาะแฟนลิเวอร์พูลทั่วโลกเท่านั้น แต่ยังมีชาวญี่ปุ่นที่แม้ไม่ใช่แฟนลิเวอร์พูล ต่างพลอยร่วมฉลองความสำเร็จในครั้งนี้ด้วย

เนื่องจากว่าพวกเขามีนักเตะเลือดญี่ปุ่นอยุ่ในทีม นั่นคือ ทุมิ มินามิโนะ แต่ “มินามิโนะ” นั้นไม่ใช่นักฟุตบอลญี่ปุ่นคนแรกที่ได้รับแชมป์พรีเมียร์ลีก แต่ยังมีอีก 2 และน่าจะเป็น 3 ด้วยซ้ำ หาก อาร์เซน แวงเกอร์ ยอมส่ง จุอิจิ อินาโมโตะ ลงเล่นในลีกฤดูกาลที่ อาร์เซน่อล ไร้พ่าย คว้าแชมป์เมื่อปี 2003 ที่ผ่านมา

เป็นเรื่องที่สุดทึ่งว่า 3 นักเตะญี่ปุ่นที่เข้ามาร่วมคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก กับต้นสังกัด ล้วนเข้ามามีส่วนร่วมในฤดูกาลแรก มารำลึกกันอีกครั้งว่าเป็นใครบ้าง

ชินจิ คางาวะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

1. ชินจิ คางาวะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

จอมเทคนิคจาก “เซเรโซ่ โอซาก้า” ย้ายไปโด่งดังกับทีม “โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์” ในช่วงฤดูกาล 2010–2012 ลงสนามไป 49 นัดและทำได้ 21 ประตู กระทั่ง “อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน” เรียกมาเป็นนักฟุตบอลในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2012-2013 ผลงานในฤดูกาลแรกในลีกแดนผู้ดี “ชินจิ คากาวะ” ลงเล่นไปทั้งหมด 20 เกม ยิงได้ 6 ประตู ร่วมกับทีมคว้าแชมป์ได้สำเร็จ พร้อมสร้างประวัติศาสตร์เป็นแข้งชาวญี่ปุ่นคนแรกที่ได้รับเหรียญแชมป์พรีเมียร์ลีกอีกด้วย

หลังชีวิตขึ้นถึงขีดสุด กลับมาพลิกผันในฟุตบอลฤดูกาลต่อมา ในปี 2013-2014 “เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน” ประกาศวางมือปีศาจแดงเปลี่ยนกุนซือมาเป็น “เดวิด มอยส์” ที่สร้างชื่ออยู่กับ “เอฟเวอร์ตัน” กับผู้จัดการทีมคนใหม่ “คางาวะ” ไม่ค่อยได้รับความไว้วางใจได้โอกาสลงเล่นในพรีเมียร์ลีกน้อยกว่าเดิมเหลือแค่ 18 เกม สุดท้ายในฤดูกาล 2014-2015 “เดวิด มอยส์” ทำผลงานย่ำแย่ถูกปลด

พร้อมการเข้ามาของกุนซือขรัวเฒ่า “หลุยส์ ฟาน กัล” ยิ่งทำให้ชีวิตการค้าแข้งแย่ลง เมื่อ “คางาวะ” กลับไม่อยู่ในแผนการทำทีม และถูกปล่อยกลับไปร่วมทัพเสือเหลืองอีกครั้ง

กลับบ้านเก่า “คางาวะ” มีโอกาสเฉิดฉายอีกครั้ง ในช่วง 5 ฤดูกาลลงสนามไป 99 นัด ทำได้ 20 ประตู ก่อนหมดสัญญาเมื่อปีที่แล้ว ล่าสุดนักเตะประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นรายนี้ค้าแข้งอยู่กับ “รีล ซาราโกซ่า” ทีมดังของสเปน

ชินจิ โอกาซากิ เลสเตอร์

2. ชินจิ โอกาซากิ เลสเตอร์

จอมถล่มประตู “ซินจิ โอกาซากิ” ดาวยิงตลอดกาลอันดับ 3 นักฟุตบอลทีมชาติญี่ปุ่น ที่ทำไปแล้ว 50 ประตู เริ่มค้าแข้งกับ “ชิมิซุ เอส-พัลส์” นาน 5 ปี ช่วงฤดูกาล 2005–2010 ลงสนามไป 121 นัด ทำได้ 42 ก่อนถูกดึงตัวไปเล่นกับ “ม้าขาว” สตุ๊ดการ์ด นาน 2 ฤดูกาล และไปอยู่ “ไมนซ์ 05” อีก 2 ปี พร้อมทำผลงานยิง 27 ประตูจากการลงสนาม 65 นัด กระทั่งช่วงซัมเมอร์ปี 2015 “โอกาซากิ” ย้ายมาอยู่กับ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้

เพียงแค่ฤดูกาลแรก “โอกาซากิ” กลายเป็นหนึ่งในขุนพลประวัติศาสตร์ชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลลีกครั้งแรกของสโมสรทันที และถือเป็นตัวหลักของทีม เพราะได้รับโอกาสจาก “รานิเอลี่” ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกไปถึง 36 นัด จากทั้งหมด 38 เกม และยิงได้ 5 ประตู

ในฤดูกาลต่อมา 2016-2017 “โอกาซากิ” เป็นสำรองเสียส่วนใหญ่ลงเล่นในพรีเมียร์ลีก 30 นัด ยิงได้เพียง 3 ประตู ต่อมาฤดูกาล 2017-2018 ลงเล่นในพรีเมียร์ลีก 27 เกม ยิงได้ 6 ประตู ปิดท้ายด้วยฤดูกาล 2018-2019 ลงเล่นในพรีเมียร์ลีก 21 เกม แต่ทำประตูไม่ได้ กระทั่งหมดสัญญากับ เลสเตอร์ ปัจจุบันในวัย 34 ปี เป็นนักฟุตบอลอยู่กับ “อูเอสก้า”

ทาคุมิ มินามิโนะ ลิเวอร์พูล

3. ทาคุมิ มินามิโนะ ลิเวอร์พูล

ชาวญี่ปุ่นรายล่าสุดที่รับแชมป์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก “ทาคุมิ มินามิโนะ” หลายคนหากได้รับชมการถ่ายทอดสด นักเตะรายนี้ดูจะเขินอายกับการรับแชมป์ เนื่องเพราะเขามาร่วมชายคาแอนฟิลด์ในช่วงท้าย และลงเล่นได้ไม่กี่นัด แถมเป็นสำรองเสียส่วนใหญ่ ขณะที่นักเตะร่วมทีมหลายคนผลัดเปลี่ยนมือมาชูถ้วย “มินามิโนะ” ยืนดูอยู่ห่างๆ กระทั่งกัปตันทีมลิเวอร์พูล “จอร์แดน เฮนเดอร์สัน” เดินกระเพลกไปหาพร้อมกระซิบบอกบางอย่าง จากนั้นจึงเห็นว่า นักเตะน้องใหม่ชาวญี่ปุ่นเดินเข้ามาเพื่อร่วมชูถ้วย 

“มินามิโนะ” วัย 25 เริ่มเล่นกับ “เซเรโซ่ โอซาก้า” เป็นคู่ขากับ “ดีเอโก้ ฟอร์ลัน” ก่อนย้ายไปเล่นกับ “เรดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก” ทีมดังออสเตรียในปี 2015 ด้วยเหตุผลฝีเท้ายอดเยี่ยมบวกกับลีกที่ไม่โหดมาก “มินามิโน” มีสถิติการทำประตูที่ยอดเยี่ยมนับตั้งแต่ฤดูกาลแรก ทั้งยิงและจ่ายเป็นตัวเลขสองหลักมาโดยตลอด

แถมฟอร์มในทีมชาติก็สุดเปรี้ยง 5 เกมหลังสุดในฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ทำประตูได้ทุกนัด จึงไม่รอช้าที่ “ลิเวอร์พูล” จะคว้าเข้าทีมเป็นเลือดเอเชียรายแรก

ในนามของ “ลิเวอร์พูล” มินามิโนะ ลงเล่นไป 9 นัด ยังไม่สามารถทำประตูได้ แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้เข้าร่วมรับเหรียญแชมป์พรีเมียร์ลีก มินามิโนะ เคยดวลกับ ทีมชาติไทย ยู-21

ในเกมอุ่นเครื่องปรีโอลิมปิก ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อ 5 ปีก่อน ผลทีมชาติ ญี่ปุ่น ชนะ 2-0 ทั้งยังเคยดวลกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก สมัยที่ค้าแข้งให้กับ เซเรโซ่ โอซาก้า ในเกมที่เสมอกัน 2-2

เห็นนักฟุตบอลญี่ปุ่นโด่งดัง และเป็นที่น่าจับตามองแล้ว ก็ทำให้หันมาดูที่บ้านเราที่วงการฟุตบอลนั้นอาจจะเติบโตได้ยาก แต่ก็ไม่น่าจะเกินความสามารถของนักเตะเอง เพราะเรายังอยากเห็นนักเตะไทยก้าวไกลสู่ระดับนานาชาติอย่างเต็มภาคภูมิ

ในสมัยก่อน เมืองไทยเคยมีนักเตะ ฝีเท้าดี เดินทางออกไปเล่นฟุตบอลอาชีพ นอกประเทศ เรามาพบกับ 3 ข้อคิด ที่จะทำให้นักฟุตบอลไทยไปไกลระดับโลก ซึ่งในโลกของฟุตบอลสมัยใหม่ที่ไทยลีก กลายเป็นลีกที่แข็งแกร่งขึ้น มาดูกันว่าจะเป็นยังไงบ้าง มาติดตามกันเลย

หากใครเชื่อเรื่องราวหรือ เครื่องรางนำโชค มาดูกับบทความนี้เลยกับบทความ เครื่องนำโชค สุดปังจากแดนอาทิตย์อุทัยเรื่องของโชคลาภ และเครื่องรางของขลัง ถือเป็นเรื่องรอบตัว ที่ใคร ๆ ก็ให้ความสนใจ การพกเครื่องรางไปยังที่ต่าง ๆ ไม่เพียงช่วยให้ผู้ใช้สบายใจเท่านั้น