ทั้งหมด

ดีเอโก มาราโดนา แข้งทองแห่งยุค 80

ดีเอโก มาราโดนา แข้งทองแห่งยุค 80
Posted by pavayakoti

Diego Armando Maradona หรือ ดีเอโก มาราโดนา เจ้าของ ฉายา เสือเตี้ย ที่มาของฉายานี้เนื่องจากเขาเป็นนักเตะที่เก่งกาจ ในขณะที่เขามีส่วนสูงเพียง 1.65 ม. (5 ฟุต 5 นิ้ว) ตำนาน ที่เหล่านักเตะหลายๆคนยกให้เป็นแบบอย่าง

Diego Armando Maradona

ตำนานที่ผู้คนยกย่อง

ดีเอโก อาร์มานโด มาราโดนา (สเปน: Diego Armando Maradona) เกิดเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ค.ศ. 1960 ในลานุส บัวโนสไอเรส เป็นอดีตนักฟุตบอลชาวอาร์เจนตินา และปัจจุบันเป็นผู้จัดการทีมชาติอาร์เจนตินา เขาถือเป็น 1 ในนักฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่ง เขาได้รับการลงคะแนนทางอินเทอร์เน็ตครั้งแรก กับรางวัลผู้เล่นฟิฟ่าแห่งศตวรรษ โดยได้รับร่วมกับเปเล่

ที่สุดของนักฟุตบอล หลายๆคนคงนึกถึงเปเล่ ราชันลูกหนังโลกชาวบราซิล  แต่ก็มีที่สุดของที่สุดอีกคนหนึ่ง ที่วงการฟุตบอลโลก ไม่เคยลืมเลือน และยังเป็นหนึ่งเดียวที่ยากที่จะหาใครเหมือนได้  เขาคนนั้นก็คือ ดีเอโก้ มาราโดน่า ยอดนักฟุตบอลที่พระเจ้าประทานมาให้เลยก็ว่าได้  ชีวิตและเรื่องราวของมาราโดน่า มีทุกอย่าง ไม่ว่าประสบความสำเร็จสูงสุดในการเล่นฟุตบอล และตกต่ำสุดๆ ในเรื่องของการติดยา เหล่านี้มาราโดน่า ผ่ามมาหมด  เรื่องราวของเขาจึงเป็นที่ติดตามมาตลอดไม่ว่าจะผ่านไปซักแค่ไหนก็ตาม

ในประเทศอาร์เจนติน่า มาราโดน่า คือที่สุดของที่สุด แม้ว่าจะรูปร่างเตี้ย แต่มันไม่เคยเป็นอุปสรรคในการเล่นโชว์ความสามารถอันยอดเยี่ยมของเขาได้เลย มาราโดน่า   เขาเกิดมาในครอบครัวที่ยากจน ในย่านชุมชนแออัดชานกรุงบูโนสไอเรส ด้วยครอบครัวที่ยากจน มาราโดน่าต้องดิ้นร้นอย่างมากที่พาตัวเองให้พ้นจากสภาพแวดล้อมที่แย่ๆแบบ นี้  แต่เหมือนพระเจ้า จะส่งเขาลงมาเกิดมาประทานความสามารถในการเล่นฟุตบอลติดตัวมาด้วยเพื่อจะก้าว เป็นสุดยอดของโลก

Diego Armando Maradona

จุดเริ่มต้นของตำนาน

ดีเอโก้ มาราโดน่า เริ่มชอบฟุตอบลตั้งแต่เด็กๆ เหมือนเด็กละตินทั่วไป  แต่ด้วยความยากจน เขาก็ได้แต่เล่นในพื้นที่แคบๆ ตามถนนบียา ฟลอริโต้ ในเมืองหลวงของอาร์เจนติน่า  แม้จะรูปร่างเล็กและเล่นได้เท้าซ้ายข้างเดียว แต่ก็ไม่มีใครสามารถจะแย่งบอลจากเด็กตัวเล็กๆคนนี้ไปได้ จนกระทั่ง เป็นที่เตะตาของ ฟรานซิส คอร์เนโฮ โค้ชของอาร์เจนติโนส จูเนียร์ส ที่เห็นแววความสุดยอดของเขา

หลังจากที่มาราโดน่า ได้รับการชักชวนให้เข้าสู่สโมสรอาร์เจนติโนส ที่นี่เขาได้ฝึกปรือความสามารถในเชิงลูกหนังอย่างเต็มที่ แต่ด้วยความเก่งเกินตัวจนรุ่นเดียวกันสู้ไม่ได้ แม้ว่าโค้ชอยากให้ไปทีละขั้น แต่ก็ต้องส่ง มาราโดน่า ขึ้นสู่ชุดใหญ่และ ลงนามด้วยวัยเพียงแค่ 15 ย่างเข้า 16 ปีเท่านั้นในวันที่ 20 ต.ค. 1976 ในนัดที่ อาร์เจนติโนส จูเนียร์ส พบ ตาเยเรส จากคอร์โดบา

นี่คือจุดเริ่มต้นความยิ่งใหญ่ อีก 4 ปีต่อมา เขาก็นำทีมไม่แพ้ใครถึง 136 เกมถือว่าสุดยอดมากๆ ตอนนั้นชื่อเสียงของเขาดังไปทั่วอเมริกาใต้ และ ไปถึงยุโรป จนมีคนกล่าวว่าได้เจอ ยอดนักเตะระดับโลกคนใหม่ของอเมริกาใต้แล้ว แต่ปี 1978 อาร์เจนติน่า เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก ตอนนั้นหลายเสียงเรียกร้องให้ เซซาร์ หลุยส์ เมนนอตติ เฮดโค้ชทีมชาติเรียกตัวมาราโดน่า ติดทีมชาติแต่ก็โดนปฎิเสธ แม้ว่าเขาไม่ติดทีมชาติ อาร์เจนติน่าก็ยังได้แชมป์โลกไปครองเป็นสมัยแรก

ต่อมามาราโดน่า ติดทีมชาติชุดอายุไม่เกิน 20ปี ไปคว้าแชมป์เยาวชนโลกได้สำเร็จ  หลังจากนั้นดวงของมาราโดน่ามีแต่ทะยานไปข้างหน้า และท้ายที่สุดเขาก็กลายมาสู่ทีมชุดใหญ่จนได้ และ ตอนนั้นได้ย้ายไปร่วมยอดทีมของอาร์เจนติน่า อย่าง โบคา จูเนียร์ส ด้วย

ฟุตบอลโลกปี 1982  ที่สเปน มาราโดน่าติดทีมไปแข่งขันเนครั้งแรก ทุกคนทั่วโลก จดจ้องเขาเพียงคนเดียว ด้วยความสามารถอันเกินวัย แต่ฟุตบอลโลกครั้งนี้ของมาราโดน่า ต้องผิดหวังอย่างแรงเมื่อเขาโดนไล่ออก ในเกมพบบราซิล และอาร์เจนติน่าตกรอบสอง  ซึ่งตัวเขาเองก็ผิดหวังสุดๆ

แต่จากนั้นไม่นาน “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า  ทุ่มเงินซื้อเขาจากโบคา จูเนียร์ส มาเล่นที่สเปน แต่เขาก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะได้รับบาดเจ็บจากการทำร้ายอย่างหนักหน่วงของกองหลังในลีกสเปน ถึงขั้นขาหัก

ปี 1984 บาร์เซโลน่า ตัดสินใจขายมาราโดน่าให้กับ นาโปลี ทีมชั้นในกัลโช่ เซเรียอา อิตาลี ในราคา 220 ล้านบาทและเป็นสถิติโลกด้วยในตอนนั้น ซึ่งนาโปลี ต้องการความสามารถอันสุดยอดของมาราโดน่า ก้าวมาอยู่แถวหน้าของประเทศให้ได้  23 ก.ย. 1984  มาราโดน่า ประเดิมสนามนัดแรกและเป็นที่ตื่นเต้นของแฟนบอลที่รอคอย  มาราโดน่า เล่นได้ดีในช่วงครึ่งแรกของฤดูกาล แต่นาโปลีก็ยังอยู่ท้ายตาราง  แต่ครึ่งฤดูกาลหลัง มาราโดน่าโชว์ความสามารถทั้งยิงและจ่ายและเป็นทุกอย่างของทีม เขาทำได้ 14 ประตู ทำให้จบฤดูกาลแรกของเขา นาโปลีอยู่ที่อันดับ 8

ฤดูกาลต่อมา เขาก็ยังเล่นได้ดี แต่เขายิงน้อยกว่าปีแรก แต่ถึงกระนั้น มาราโดน่าได้กลายเป็นเทพเจ้าของชาวเมืองเนเปิ้ลส์ไปแล้ว  เพราะทีมเล่นได้สนุกสุดยอด ผิดกับทีมอืนๆในลีกที่เน้นแท็กติกอย่างเดียว ปีที่สองของเขา ทีมจบอันดับที่ 3 

ฟุตบอลโลก ปี 1986  ทุกคนได้รู้จักความสุดยอดของมาราโดน่าอย่างแท้จริง คาร์ลอส บิลาร์โด้ เฮดโค้ชทีมชาติอาร์เจนติน่าในตอนนั้น มอบตำแหน่งกัปตันทีมชาติให้มาราโดน่า นำทัพลุยฟุตบอลโลกที่เม็กซิโก และก็ไม่ทำให้แฟนบอลทั้งชาติผิดหวัง มาราโดน่า นำทีมชาติอาร์เจนติน่าคว้าแชมป์โลกสมัยที่สองอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยฟอร์มอันสุด ยอดและโดดเด่นสุดๆของมาราโดน่า ปีนั้นจึงเป็นฟุตบอลโลกของมาราโดน่าเพียงผู้เดียวจริงๆ

แต่จุดสำคัญอีกอย่างที่ชื่อเสียงของมาราโดน่า กระฉ่อนไปทั้งโลก ก็คือการเล่นในรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่เจอกับทีมชาติอังกฤษ  นัดนี้ผู้คนทั้งโลกตระลึงกับการเล่นฟุตบอลที่สุดยอดของเขา และมาราโดน่ายังใช้มือปัดลูกบอลเข้าประตู ซึ่งเขาเรียกมันว่า ” Hand  of God”  อันหมายถึงหัตถ์ของพระเจ้า แม้คนทั้งโลกจะเห็นว่าเขาใช้มือปัดเข้าประตู แต่ผู้ตัดสินก็ให้เป็นประตูอย่างที่นักเตะจากอังกฤษ ยากที่จะทำใจยอมรับ

ที่สุดยอดกว่านั้นก็คือ อีกไม่กี่นาทีต่อมา หลังจากประตูกังขาแล้ว มาราโดน่า โชว์ทักษะอันสุดยอดที่โลกต้องตะลึง ด้วยการาเลี้ยงบอลจากแดนตัวเองหลบผู้เล่นอังกฤษ อย่าง ปีเตอร์ เบียร์ดสลี่ย์และปีเตอร์ รีด  ก่อนที่จะโยกหลบ เทอร์รี่ เฟนนิค และ เทอร์รี่ บุทเชอร์ ปราการหลังของสิงโตคำราม เข้าไปในเขตโทษ และสุดท้ายยังหลบปีเตอร์ ชิลตันอีกคนก่อนจะยิงประตูเข้าไปอย่างสุดยอด เป็นประตูตอกย้ำความสามารถอันหาใครเสมอเหมือนได้  ประตูนี้จึงถูกเล่าขานมาตลอดว่าเป็นประตูแห่งศตวรรษ เลยก็ว่าได้

และปีเดียวกัน มาราโดน่า นำทัพนาโปลี ตะลุยเก็บคะแนนในลีกอย่างสุดยอด  คนทั้งเมืองนับถือเขาดุจเทพเจ้าไปแล้ว และมาราโดน่ายิงถึง 10 ประตู และยังใส่พานให้เพื่อนร่วมทีมอีกไม่รู้เท่าไหร่ และสุดท้าย นาโปลีก็สามารถคว้าสคูเด็ตโต้  หรือแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา เป็นครั้งแรกได้สำเร็จ   แถมปีนั้น มาราโดน่ายังพาทีมนาโปลี ฟาดแชมป์โคปปา อิตาเลีย อีกถ้วยกลาเยป็นดับเบิ้ลแชมป์ไปเลย

มาราโดน่า

ความสุดยอดของมาราโดน่า ยังทำให้นาโปลียิ่งใหญ่ต่อไป  เขาพาทีมได้แชมป์ยูฟ่า คัพ เป็นครั้งแรก ทั้งเมืองฉลองกันอย่างยิ่งใหญ่  ความสำเร็จยังไม่ถึงที่สุด ในปี 1990 นาโปลี มาได้แชมป์กัลโช่ เซเรียอา อีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการล้างแค้น มิลานได้สำเร็จ  และปีนี้ก็คือปีฟุตบอลโลก และอิตาลีก็คือเจ้าภาพ มาราโดน่ายังเป็นเทพเจ้าของเมืองเนเปิ้ลส์อย่างแท้จริง ทีมชาติอาร์เจนติน่าของเขา มาแบบกระท่อนกระแท่น แต่ก็สามารถผ่านทะลุไปได้เรื่อยๆจนมาถึงรอบรองฯ ที่พบกับ อิตาลี เจ้าภาพ นัดนี้จัดที่เมืองเนเปิ้ลส์ แฟนบอลอิตาลีหลายๆคนหันมาเชียร์เทพเจ้าของเมืองแทนชาติพวกเขา และอาร์เจนติน่าก็สามารถล้มอิตาลี เข้าไปชิงชนะเลิศ กับเยอรมัน คู่ชิงครั้งก่อนได้สำเร็จ

แต่ฟุตบอลโลกครั้งนี้ มาราโดน่า ต้องผิดหวังเพราะทีมของเขาต้องพ่ายแพ้แก่ความยอดเยี่ยมของเยอรมัน ไป 1-0  และเป็นวันที่มาราโดน่ายืนร้องไห้กลางสนาม    หลังจากนั้น ชีวิตของมาราโดน่า เริ่มตกต่ำลงเรื่อยๆ แต่ปี 1994 ฟุตบอลโลกที่อเมริกา มาราโดน่าถูกตรวจพบสารกระตุ้น  และอาร์เจนติน่าก็ตกรอบไปอย่างรวดเร็ว ช่วงนั้นชีวิตเขามีแต่ความตกต่ำอื้อฉาว เข้าไปพัวพันกับยาเสพติด  จนวันที่ 29 ต.ค. 1997 มาราโดน่า ประกาศแขวนสตั๊ด

แม้ชีวิตต่อมาของมาราโดน่า จะเหลวแหลกแค่ไหน แต่ทุกคนก็ยังจดจำความสามารถในการเล่นฟุตบอลของเขามาก่อนเรื่องส่วนตัวเสมอ และยังเป็นเทพเจ้าของอาร์เจนติน่าอยู่ดี  แต่ใครจะคิดว่า ครั้งหนึ่ง มาราโดน่า ที่มีรูปร่างเตี้ยเพียงคนเดียวจะสามารถบันดาลแชมป์โลกให้อาร์เจนติน่ามาแล้ว และยังประสบความสำเร็จในการเล่นลีกที่อิตาลี ซึ่งน้อยคนนักจะทำได้อย่างเขา

ไม่ว่าจะกี่ปี ชื่อของ ดีเอโก้ มาราโดน่า จะยิ่งใหญ่ตลอดกาลในโลกฟุตบอลยากที่ใครจะมาโค่นลงได้อย่างแน่นอน

อ่านบทความเพิ่มเติม : เคล็ดลับ ความงาม
อ่านบทความเพิ่มเติม : จิอันลุยจิ บุฟฟ่อน ตำนานผู้ไปไม่ถึงแชมป์ UCL