Kylian Sanmi Mbappe Lottin หรือ ที่คนไทยเรียกกันว่า คีเลียน เอ็มบัปเป้ ดาวรุ่งพุ่งแรง ดีกรี นักฟุตบอล หัวหอกทีมชาติฝรั่งเศส “ปารีส แซงต์-แชร์กแมง” ที่มีจุดเด่น ที่ความเร็ว ความคล่องตัว จนได้รับฉายาว่า เจ้าเต่านินจา และปัจจุบัน เขาได้ครองอันดับ 1 นักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลก

เกิดเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ปี 1998 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่ง โดยมีวิลเฟรด เอ็มบัปเป้ ผู้เป็นพ่อ ชาวแคเมอรูน ที่เป็นทั้งครูและโค้ชคนแรกที่สอนให้เขารู้จักการเล่นฟุตบอลตั้งแต่ 6 ขวบ แถมยังมีศักดิ์เป็นถึงอดีตโค้ชและผู้เล่นของสโมสรเอเอส บอนดี ทีมฟุตบอลเล็กๆ ในประเทศฝรั่งเศส หลังจากเขาได้ลาวงการฟุตบอลแล้ว วิลเฟรดยังคงดำรงตำแหน่งในฐานะผู้อำนวยการกีฬาประจำสโมสร และเป็นผู้ที่ผลักดันให้ลูกชายวัย 6 ขวบก้าวเข้ามาเป็นผู้เล่นเยาวชนของเอเอส บอนดี ตั้งแต่ปี 2004 ก่อนใช้เวลาเคี่ยวกรำเมล็ดพันธ์ุจากบอนดีให้ออกผลเป็นนักฟุตบอลอาชีพศักยภาพสูงนานถึง 9 ปีเต็ม

ในขณะที่แม่ของเขา เฟย์ซา ลาแมรี่ ก็มีอิทธิพลกับเอ็มบัปเป้ไม่น้อย เฟย์ซา ลาแมรี่ เป็นอดีตนักกีฬาแฮนด์บอล ประจำดิวิชัน 1 ลีกฝรั่งเศส ดังนั้น นี่จึงเป็นเหตุผล ที่เขาได้เติบโต ขึ้นมา อย่างมีศักยภาพ พร้อมเป้าหมาย ในเส้นทาง นักฟุตบอลอาชีพ ที่แน่วแน่ มาตั้งแต่เล็กๆ

คีเลียน เอ็มบัปเป้ วัยเด็ก

นอกจากพ่อและแม่ ที่ปลุกฝั่งวินัยและความมุมานะในฐานะการเป็นนักกีฬาอาชีพให้กับ เอ็มบัปเป้ มาตั้งแต่สมัยที่เขายังเป็นเด็กอยู่แล้ว แต่พี่ชายนอกสายเลือดวัย 29 ปี จิเรส เคมโบ เอโคโค ก็ยังเป็นหนึ่งในไอดอลโลกลูกหนังที่ให้เอ็มบัปเป้ยึดถือเป็นแบบอย่างและคอยถามไถ่คำแนะนำที่มีประโยชน์มาโดยตลอด

ในปี 2013 เรดา ฮัมมาเช หนึ่งในหัวหน้าโค้ชที่ดึงตัวเอ็มบัปเป้เข้าสู่สโมสรโมนาโกเชื่อว่าเคล็ดลับที่ทำให้ดาวรุ่งเลือดผสมฝรั่งเศส-แอลจีเรียและแคเมอรูนคนนี้เติบโตมาเป็นเพชรแท้ที่กล้าแกร่งได้เพราะมีครอบครัวที่ดี

คีเลียน เอ็มบัปเป้ วัยเด็ก

‘คริสเตียโน โรนัลโด’ หนึ่งในแรงบันดาลใจ และต้นแบบที่เอ็มบัปเป้ เคารพรัก โดยเอ็มบัปเป้ เคยให้สัมภาษณ์ กับ มาร์กาไว้ ก่อนแมตช์ที่จะพบกับเรอัล มาดริด ในศึกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ในฤดูกาล ที่ผ่านมา ไว้ว่า “เขาคือฮีโร่ในวัยเด็กของผม ผมชื่นชอบเขามากตอนที่ผมยังเด็กๆ คุณสามารถเรียนรู้จากเขาได้มากมาย ผู้ที่เป็นเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 5 สมัย” แต่เพราะเอ็มบัปเป้จะต้องลงแข่งกับทีมของโรนัลโดในวันนั้น เขาจึงให้สัมภาษณ์กับสื่อว่าโรนัลโดไม่ใช่ไอดอลของเขาอีกต่อไปแล้ว

อันโตนิโอ ริคคาร์ดี โค้ชและพี่เลี้ยงของเอ็มบัปเป้ เล่าว่า เอ็มบัปเป้มีไอดอลนักเตะอยู่หลายคน และก็ไม่ได้ติดตามทีมไหนเป็นพิเศษ

หลังฉายแววความเก่งแซงหน้ารุ่นเดียวกัน จนถูกสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปจับจ้องกันเป็นแถวๆ รวมถึงเรอัล มาดริด และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่ในที่สุดเอ็มบัปเป้ก็เลือกย้ายออกจากเอเอส บอนดี มาอยู่กับสโมสรโมนาโกในปี 2013 ในฐานะผู้เล่นเยาวชนด้วยอายุเพียง 14 ปีเท่านั้น เขาใช้เวลาถึง 2 ปีเต็มในการ สร้างผลงานให้ผู้ใหญ่เห็นถึงความสามารถของเขา จนได้รับโอกาสสอดแทรกขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในที่สุด

เอ็มบัปเป้

เอ็มบัปเป้ กลายเป็นผู้เล่นที่ อายุน้อยที่สุดของโมนาโกในเวลานั้นที่ได้รับโอกาสลงเล่นเป็นตัวจริงในทีมชุดใหญ่ ด้วยวัยเพียง 16 ปี 347 วัน ทำลายสถิติเดิมของตำนานรุ่นพี่ ‘ติตี้’ เธียร์รี อองรี ที่ได้ลงเล่นในช่วงอายุ 21 ปี

เอ็มบัปเป้ลงเล่นในฤดูกาล 2016-17 ไปทั้งหมด 44 นัด ยิงได้ถึง 26 ประตู (เป็นรองเพียงแค่ราดาเมล ฟัลเกา ที่ยิงไป 30 ประตูเท่านั้น) แบ่งเป็น 15 ประตูในลีก และอีก 6 ประตูในเวทียุโรป (ที่เหลือนับเป็นประตูในรายการถ้วยต่างๆ ในฝรั่งเศส) พร้อมพาโมนาโกทะลุเข้าไปไกลได้ถึงรอบรองชนะเลิศ ก่อนพ่ายให้กับยูเวนตุสไปอย่างน่าเสียดาย ฤดูกาลถัดมา ถึงจะมีกระแสข่าวลือว่าเอ็มบัปเป้อาจย้ายไปร่วมทีมราชันชุดขาวภายใต้การกุมบังเหียนของซีเนดีน ซีดาน แต่เจ้าตัวก็สร้างเซอร์ไพรส์เหนือความคาดหมายด้วยการย้ายไปร่วมทีมคู่ปรับร่วมลีกอย่างปารีส แซงต์ แชร์กแมง ด้วยสัญญายืมตัว พร้อมพ่วงสัญญาซื้อขาดมูลค่ากว่า 145 ล้านยูโร (บวกโบนัสอีก 35 ล้านยูโร) รวมเป็นเงินราว 180 ล้านยูโร หรือ 6.9 พันล้านบาท

เอ็มบัปเป้

มูลค่าเงินที่สูงขนาดนี้เพียงพอจะทำให้ดาวเตะวัย 19 ปีกลายเป็นผู้เล่นสัญชาติฝรั่งเศสที่มีค่าตัวแพงที่สุด และแพงที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ของโลก เป็นรองเพียงแค่เพื่อนร่วมทีมรุ่นพี่อย่างเนย์มาร์เท่านั้น (222 ล้านยูโร)

ฤดูกาลแรกของเขาอาจจะไม่ได้สวยงามนัก เนื่องจากการถูกถ่างออกไปเล่นกราบขวาและการตกรอบรายการยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกก่อนกำหนด แต่ผลงานโดยรวมก็ไม่ได้แย่เท่าไร ลงเล่นไปทั้งหมด 44 นัด ยิงไปทั้งหมด 21 ประตู แถมคว้าแชมป์ได้ 3 โทรฟี ลีกเอิง, เฟรนช์คัพ และคูป เดอ ลา ลีก

เอ็มบัปเป้

และปัจจุบัน เขาได้กลายเป็นอันดับ 1 นักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลกไปแล้ว ด้วยค่าตัว 225 ล้านปอนด์

สถิติการยิงประตู, การทำแอสซิสต์ รวมไปถึงแชมป์ต่างๆ ของ คีเลียน เอ็มบัปเป้ มันเป็นอะไรที่บ่งบอกความสามารถของเจ้าตัวอยู่แล้ว ว่าเขาจะกลายเป็นผู้นำวงการฟุตบอลยุคใหม่ ต่อจาก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ ลิโอเนล เมสซี่ อย่างแน่นอน

อ่านบทความเพิ่มเติม : ธุรกิจมาแรง ในปี 2020
อ่านบทความเพิ่มเติม : “For Once Don’t Do It” จาก NIKE ถึงมนุษย์ทุกคน